บริการที่ปรึกษาด้านงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร | Market-Comms Co., Ltd.

นายกรัฐมนตรี เดินหน้าปราบคอร์รัปชั่นจริงจัง หวังไทยก้าวไกลไร้ทุจริต

นายกรัฐมนตรี เดินหน้าปราบคอร์รัปชั่นจริงจัง หวังไทยก้าวไกลไร้ทุจริต ตั้งแล้วศูนย์ปฏิบัติการ War Room เปิดสายด่วน 1206 รับข้อร้องเรียน

นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินหน้าพัฒนาระบบราชการไทยไร้ทุจริตคอร์รัปชั่น ตามแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน เร่งดำเนินการ 4 แผนงานเชิงรุก (Anti-Corruption Quick Win Program) พร้อมชูศูนย์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption War Room) เปิดสายด่วน (Call Center) 1206 รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต รายงานผลตรงศูนย์บัญชาการนายกรัฐมนตรี  ลงโทษข้าราชการทุจริตอย่างจริงจัง และเชิดชูอาสาต่อต้านคอร์รัปชั่น

คอร์รัปชั่น

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 นายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานเปิดประชุม          เชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยก้าวไกลไร้ทุจริต” ประกาศยุทธศาสตร์และแผนงานเชิงรุกของรัฐบาลในการต่อต้าน             การทุจริตคอร์รัปชั่นว่า “การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ดังที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายรัฐบาล และเพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน จึงได้เน้นย้ำใน 4 แผนงานเชิงรุกของรัฐบาล ได้แก่

1) การปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักรู้ โดยการสร้างข้าราชการไทยไร้ทุจริต การมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ  กำหนดบัญชีรายชื่อข้าราชการที่มีความซื่อสัตย์สุจริต หรือมีผลงานในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และจัดทำตราสัญลักษณ์แสดงการอาสาต่อต้านคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งจัดทำป้ายสัญลักษณ์ในการประกาศเจตนารมณ์ที่จะไม่รับสินบนหรือคอร์รัปชั่นตั้งไว้ที่จุดบริการประชาชน

2) การพัฒนาองค์กร  โดยส่งเสริมให้ส่วนราชการริเริ่มจัดทำข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของตนเอง  พัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการหลักที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Action Learning) ซึ่งเป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาที่เกิดจากความเต็มใจ และยอมรับร่วมกันจากเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน และให้มีการจัดตั้งศูนย์หรือกลุ่มงานในหน่วยงานราชการเพื่อปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งเป็นกลไกในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง

3) การตรวจสอบและเฝ้าระวังเชิงรุก โดยจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption War Room) เป็นการบูรณาการด้านการตรวจสอบ รับแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียน ป้องกัน ปราบปราม อย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียว (One – Stop Service) และเชื่อมโยงการรายงานทั้งหมดไปที่ศูนย์บัญชาการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ที่จะสามารถตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้าได้ตลอดเวลา

4) การปราบปรามที่จริงจังและการลงโทษที่เข้มงวด โดยประกาศบทลงโทษผู้กระทำผิด ประชาสัมพันธ์ การดำเนินคดีปราบปรามทุจริตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่องค์กรดีเด่น (รางวัลประจำปี)

แผนงานดังกล่าวเน้นการดำเนินงานที่หวังผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยสร้างความตื่นตัวในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยมของสังคมให้ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศไทยดีขึ้น เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

คอร์รัปชั่น

จากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมกันกับคณะรัฐมนตรี ประกาศเจตนารมณ์การไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น และเปิดศูนย์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption War Room) ในการป้องกันและปราบปรามทุจริตแบบบูรณาการ (One – Stop Service) โดยมีช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนผ่านสายด่วน (call center) เบอร์ 1206 รับทุกเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายทุจริต การประพฤติมิชอบในวงราชการ  โดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ ซึ่งถือเป็นบ่อเกิดและช่องทางในการทุจริต ที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในการปราบปรามเรื่องนี้ให้หมดไป โดยรัฐบาลพร้อมรับเรื่องร้องเรียนการซื้อขายตำแหน่งที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน  ทั้งนี้ สายด่วน 1206 จะมีเจ้าหน้าที่รับข้อมูลการร้องเรียน บันทึกข้อมูล และคำร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบ แก้ไข ปราบปราม รวมทั้งรายงานผลความคืบหน้าการปฏิบัติการให้ทราบ ถือเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่ครบวงจร ทั้งทางโทรศัพท์ เฟสบุ๊ค อีเมล์ เอสเอ็มเอส และจดหมาย

นอกจากนี้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” ได้มีการบรรยายพิเศษใน 4 หัวข้อ ได้แก่

1) การนำเสนอตัวอย่างต่างประเทศที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น : กรณีของสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยอดีตผู้อำนวยการ Corrupt Practices Investigation Bureau ( CPIB ), Singapore (Mr. Chua Cher Yak)

2) แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดย นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

3)  แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในประเทศไทย โดย นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส (รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน) และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น

4) การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล (กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา)

โดยมีคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารการเปลี่ยนแปลงระดับกรมและจังหวัด ผู้แทนองค์กรอิสระ ผู้แทนภาคท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคสื่อมวลชน คณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทย ผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนหอการค้าต่างประเทศ/ในประเทศไทยเข้าร่วมประชุม

คอร์รัปชั่น

ในการนี้ ยังได้มีการมอบหมายให้ทุกหน่วยงานราชการและจังหวัดทำความสะอาดบ้านของตนเอง โดยการตรวจสอบกระบวนการทำงานภายในหน่วยงานของตนเองว่ามีกระบวนการหรือภารกิจใดที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นสูง หลังจากนั้น 1 เดือนให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการ และจะมีการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินการสำหรับข้อเสนอที่ผ่านการเห็นชอบแล้ว  ซึ่งในการนี้ ข้าราชการทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันพัฒนาหน่วยงานของตนเองให้สะอาดโปร่งใส ภายใต้แนวคิด “1 หน่วยงาน 1 ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (Clean Initiative)”  ทำให้จะได้นวัตกรรม ในการสร้างความโปร่งใสจาก 159 ส่วนราชการ 76 จังหวัด รวมทั้งหมด 235 นวัตกรรม อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแรงกระเพื่อม และขยายผลการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อไปในอนาคต ซึ่งที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)  ได้ชี้แจงหลักการ และแนวทางการจัดทำข้อเสนอให้แก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยปัญหาจากภายในองค์การ ตลอดจนให้คำปรึกษาไปจนถึงขั้นตอนการนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติ โดยระหว่างดำเนินการก็จะมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ ๆ มีการประเมินผลสำเร็จของการดำเนินการในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการเริ่มต้นจากภายในหน่วยงานราชการให้สำเร็จก่อน จากนั้นจะขยายวงไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนต่อไป

Author

  • ทีมที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ ได้นำความรู้และประสบการณ์ด้านการสื่อสารมาช่วยพัฒนาการสื่อสารให้แก่องค์กร ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารองค์กร การสื่อสารแบรนด์ การจัดการประเด็นและภาวะวิกฤต ตลอดจนการประยุกต์สื่อดิจิทัลและ AI ในงานสื่อสาร โดยเชื่อมโยงแนวคิดกับบริบทขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สะท้อนได้จากผลงานของ Market-Comms ผ่านข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานลูกค้า
    Our team of public relations consultants draws on its communication expertise and experience to help organizations strengthen their communications. Our work spans public relations, corporate and brand communications, issues and crisis management, and the application of digital media and AI in communications. We tailor our approach to each organization’s context and stakeholders—a commitment reflected in Market-Comms’ work across our clients’ news, activities, and communication initiatives.

Message us