เกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลังสุดทน

เกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลังสุดทน มอบพวงหรีดให้ รมช. เกษตร หยุดทำร้ายเกษตรกร พาราควอตไม่ผิด พิษร้ายน้อยกว่านักการเมือง

นายวชิระ ถนัดค้า ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมด้วยเกษตรกร 60 รายตัวแทนครอบครัวเกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลัง 1.5 ล้านราย เดินทางมาจากอำเภอหนองบุญมาก ครบุรี และเสิงสาง ด่านขุนทด นครราชสีมา มอบพวงหรีดให้แก่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหตุตัดสินใจไร้เหตุผลและขาดเท็จจริง หยุดอ้างผลกระทบสุขภาพประชาชน เพราะมันไม่จริง ใช้ข้อมูลบิดเบือนจาก NGO ย้ำเกษตรกรมันสำปะหลังจำเป็นต้องใช้พาราควอต ปลอดภัยต่อหัวมันใต้ดินมากที่สุด เพราะพาราควอตไม่ดูดซึม ชาวไร่มันไม่ขัดข้องถ้าจะยกเลิกไกลโฟเซตหรือคลอร์ไพรีฟอส มันสำปะหลังใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพ ได้มาตรฐานสินค้า

นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด เลขานุการของ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับเรื่องแทนพร้อมกล่าวว่า “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรู้ถึงปัญหาเกษตรกรเป็นอย่างดี และจะนำข้อเสนอเรื่องการจัดการปัญหาโรคไวรัสใบด่าง การยกเลิกการแบนสามสารเคมี และราคาผลิตผลมันสำปะหลัง ไปดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด”

นายวชิระ ถนัดค้า ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยผลิตมันสำปะหลังเป็นอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียน รวมทั้งส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นมูลค่า 100,000 ล้านบาท เป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย 542,000 ครอบครัว หรือ 1.5 ล้านราย ในพื้นที่ประมาณ 7.9 ล้านไร่ เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารคน อาหารสัตว์ เอทานอล และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเช่น กระดาษ กาว ยา เป็นต้น จากประเด็นการแบนสารพาราควอตและให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในหลายด้านส่งผลกระทบต่อราคา ผลผลิตทางการเกษตร และมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิต ในความเป็นจริง การนำมันสำปะหลังไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร โรงงานผลิตมันสำปะหลังมีระบบประกันคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ISO GMP HACCP ขณะเดียวกัน สำนักงานมาตรฐานสินค้า ก็มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ยังไม่เคยพบสารพาราควอตในมันสำปะหลัง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่า มันสำปะหลังมีคุณภาพดีและปราศจากการปนเปื้อน ดังนั้น การห้ามใช้ พาราควอต จะส่งผลต้นทุนการเกษตรเพิ่มขึ้น ผลผลิตสูญหาย และกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังและมันสำปะหลังเส้น จนถึงการส่งออกไปต่างประเทศ

“เกษตรกรชาวไร่มัน ต้องออกมาวันนี้ เพราะเดือดร้อนหนัก ตั้งแต่เรื่องความล้มเหลวของภาครัฐในการป้องกันโรคไวรัสใบด่าง ต้องเผาทำลายมัน เร่งเก็บเกี่ยวเร็วขึ้น การประกันราคาจากภาครัฐก็ยังไม่ตกผลึก และ รมช ก็จะมาแบนพาราควอตในสภาวะที่ราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนจากราคาพาราควอตที่สูงขึ้นจากข่าวการแบนในสองปีที่ผ่านมา ปัญหาเหล่านี้ เคยลงมาถามเกษตรกรหรือไม่ ความเดือดร้อนของเกษตรกรคือสิ่งที่กระทรวงเกษตรต้องให้ความสำคัญ เร่งช่วยเหลือ ไม่ใช่มาซ้ำเติม วันนี้เรามายื่นหนังสือคัดค้านการแบนพาราควอต เร่งรัดเรื่องการประกันราคา และเร่งช่วยเหลือชาวไร่มันเรื่องโรคใบด่าง  แล้วเราจะกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง”

Message us